เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ลูกชาย เจ เจตริน ยิ่งโตยิ่งหล่อมาก ! อัพเดทภาพ 3 หนุ่มหล่อ น้องเจ้านาย น้องเจ้าขุน และน้องเจ้าสมุทร ลูกชายคุณพ่อ เจ เจตริน และคุณแม่ ปิ่น เก็จมณี ยิ่งโตยิ่งหล่อ

เรียกว่าได้ความหน้าตาดีของคุณ พ่อคุณแม่มาเต็ม ๆ สำหรับลูกชายทั้ง 3 คนของคุณพ่อ เจ เจตริน และคุณแม่ ปิ่น เก็จมณี น้องเจ้านาย น้องเจ้าขุน และน้องเจ้าสมุทร ที่ตอนนี้เริ่มโตเป็นหนุ่มกันแล้ว ด้านน้องเจ้านาย ยิ่งหน้าเหมือนคุณพ่อเจเเถมยังชอบขับมอเตอร์ไซด์ใส่กล่อง E85เหมือนคุณพ่อสมัยหนุ่มๆอีก ส่วนน้องเจ้าขุน ก็หน้าหวานเหมือนคุณแม่ และน้องเจ้าสมุทร คนนี้หน้าเหมือนทั้งพ่อทั้งแม่เปี๊ยบ เรียกได้ว่ายิ่งโตยิ่งหล่อกันจริง ๆ 3 พี่น้องครอบครัวนี้

ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ตามไปชมภาพความหล่อแซ่บขึ้นทุกวันของ 3 หนุ่ม เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ที่วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2558) กระปุกดอทคอม นำมาฝากกันเลย งานนี้รับประกันเลยว่า สาว ๆ มีกรี๊ดสลบ เพราะแต่ละคนหล่อมากจริง ๆกล่อง E85

 

ที่มาข่าว kapook

Posted in ข่าวบันเทิง at February 27th, 2015. No Comments.

ไอซ์ ศรัณยู เบรกงานเพลง โต้มีปัญหาแกรมมี่ แจงแค่หมดสัญญา

ไอซ์ ศรัณยู เบรกงานเพลง โต้มีปัญหาแกรมมี่ แจงแค่หมดสัญญา แย้มก่อนหน้านี้มีน้อยใจถ่ายเล่ม 30 ปีแกรมมี่ ไม่มีตน รับอิ่มตัวกับผลงานเพลงเดี่ยว

เห็น จู่ ๆ ก็มาบอกว่าจะเบรกงานเพลงเเล้วหันไปเปิดร้านซ่อมกล่องแต่งมอไซค์หัวฉีดแทน เลยทำเอาหลายคนตกใจว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น หรือว่ามีปัญหาอะไรกับทางแกรมมี่หรือ เปล่า สำหรับนักร้องหนุ่มคารมดี ไอซ์ ศรัณยู แล้วแบบนี้จะไปหาฟังเพลงเพราะ ๆ สนุก ๆ ได้จากที่ไหนล่ะคะ ล่าสุด (24 กุมภาพันธ์ 2558) ก็มีข่าวเจ้าตัวออกมาเผยว่า

“จริง ๆ มันไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไรเลย ช่วงที่ผ่านมาผมกับแกรมมี่ก็สัญญาหมดลงพอดี ได้มีการคุยกับผู้ใหญ่เป็นเรื่องเป็นราวครับ เพราะเราเองก็อยู่แกรมมี่มา 12 ปีละ สบายใจมาก ในส่วนของงานเพลงที่เป็นเพลงเดี่ยว ๆ ของผม ผมรู้สึกว่าอิ่มใจละ คนจำเพลงผมได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จครับ เลยคุยกับผู้ใหญ่ว่าเราอยู่กันเป็นสัญญาใจ แล้วก็ยังทำงานกับแกรมมี่ตามปกติ เหมือนเราโตมากพอที่ผู้ใหญ่เขาก็ไว้ใจให้เราอยู่แบบสัญญาใจก็เท่านั้นเองค รับ คนที่ดูแลไอซ์ก็ยังเป็นพี่ที่อยู่แกรมมี่เหมือนเดิม”

แล้ว ที่ก่อนหน้านี้เรามีน้อยอกน้อยใจ ? “อ๋อ เรื่องนานแล้วครับ ตั้งแต่ที่มีการถ่ายเล่มครบรอบ 30 ปีแกรมมี่ มันก็มีการผิดพลาดทางเทคนิคกันนิดหน่อย คือคนที่ประสานงานเข้าใจว่าให้ถ่ายแค่ไม่กี่คน แต่จริง ๆ ต้องถ่ายกันทั้งตึก เลยตกหล่นเราไป ซึ่งมันเป็นเรื่องที่หยุมหยิมมากนะ แต่ในตอนนั้นก็อาจจะน้อยใจนิดหน่อย แต่มันก็ผ่านมาแล้วครับ ก็เล็กน้อยมาก เรื่องพักงานเพลงเนี่ยมันแค่อัลบั้มเดี่ยวที่เราจะเบรกไว้ แต่พวกอัลบั้มพิเศษก็ยังทำอยู่ครับ เดี๋ยวกลางปีก็มีออกมาให้เห็นกันแน่ ๆ เราก็ยังรับงานร้องเพลง ละครอะไรก็ยังปกติ ไม่หายไปไหนหรอกครับ”

ที่มาข่าว kapook

Posted in ข่าวอาญชกรรม at February 25th, 2015. No Comments.

รวบตัวลูกทรพีวัย 20 ปี จ้างวานมือปืนฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 พลตำรวจเอก ประจัญ ปัญญาแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา พร้อมกับชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายธนาธิป มาเจริญ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา ในข้อหาจ้างวานให้ผู้อื่นฆ่าบุพการี แต่ผู้ถูกใช้ (รายแรก) ไม่ยอมลงมือกระทำตาม และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเหตุการณ์ที่ นายอำนาจ มาเจริญ อายุ 54 ปี เจ้า ของร้านขายกล่องแต่งมอเตอร์ไซค์มาเจริญ และเป็นประธานชมรมยิงปืน จ.พะเยา ถูกคนร้ายก่อเหตุยิงเสียชีวิต เมื่อวันอาทิตย์ (15 กุมภาพันธ์ 2558) ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนพยานที่รู้เห็นจนทราบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกชายแท้ ๆ ของผู้ตาย น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น โดยมีพยานรายหนึ่งให้การว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว ผู้ต้องหาได้มาว่าจ้างตนให้ไปยิงผู้ตาย โดยรับปากว่าหากทำงานสำเร็จจะมอบเงินให้ก้อนหนึ่งเพื่อใช้หลบหนี พร้อมมอบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ไว้ให้ใช้ก่อเหตุ แต่หลังรับงานแล้ว พยานรายดังกล่าวกลับเปลี่ยนใจ เนื่องจากเคยรู้จักและผู้ตายเคยมีบุญคุณด้วย จึงไม่ลงมือ แต่หลังจากนั้น นายอำนาจ ก็ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกัน จึงได้รวบรวมพยานและหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดพะเยา เพื่อขออนุมัติหมายจับ และเข้าจับกุมตัวนายธนาธิป และเตรียมจะขยายผลติดตามจับกุมมือปืนที่ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนายธนาธิปไม่ยอมให้การใด ๆ ต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปส่งยังศาลเพื่อขออำนาจฝากขังต่อไป

ที่มาข่าว sanook.com

Posted in ข่าวอาญชกรรม at February 18th, 2015. No Comments.

ลือแซ่ด ต่าย นัฐฐพนท์ เที่ยวบาร์เกย์ เจ้าตัวจวก ข่าวมั่ว

              หนุ่ม”ต่าย นัฐฐพนท์” ปัดเที่ยวบาร์เกย์ จวกข่าวมั่ว ยังไร้แชะ หวิว จ่อฟิตหุ่น

วาเลนไทน์ใครว่ามีไว้เฉพาะคนมีคู่กันล่ะ คนไม่มีคู่ก็นัดรวมตัวกันไปเที่ยวสังสรรค์ได้เหมือนกัน ดูอย่างหนุ่ม ต่าย นัฐฐพนท์ ของเราเป็นตัวอย่าง งานนี้เจ้าตัวบอกว่า ไม่เหงาแน่ๆ เพราะนัดเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ไม่มีแฟนไปพบปะกันเรียบร้อยแล้วค่า โดยหนุ่มต่ายกล่าวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ว่า..

          ต่าย นัฐฐพนท์ : วา เลนไทน์ก็ไปดูโลเคชั่นจัดงานอีเว้นท์ครับ ทำงาน เหงาไหม ไม่เหงาหรอก วันนี้ก็มีนัดพวกน้อง ๆ ที่ไม่มีแฟน รวมถึงพนักงานเก่าที่เคยทำงานในNespresso ด้วย โดยนัดกันไว้ไปแถวทองหล่อ ใครโสด ๆ ก็มาได้นะครับ (หัวเราะ)

แล้วมีข่าวว่าก่อนหน้านี้เราไปเที่ยวแถวบาร์เกย์

          ต่าย นัฐฐพนท์ : ไม่มีครับ ไม่มีแน่นอน ข่าวมั่วมาก ผมว่าข่าวน่าจะมาจากคนแถวนี้ (หัวเราะ)

โหมงานหนักกลัวเรื่องสุขภาพบ้างไหม

          ต่าย นัฐฐพนท์ : ผม คิดว่าปีนี้เราก็ดูแลสุขภาพมากขึ้นนะ ก่อนหน้านี้ที่มีละคร 2 เรื่อง ก็ทำงานออฟฟิศด้วย เลยทำให้เราป่วย เพราะเหมือนมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ในเลือดเยอะ ก็ต้องดูแลมากขึ้นด้วย เพราะอย่างกรณีกับทาง รพ. ยิ่งทำให้ผมไม่กล้าป่วยใหญ่เลย ตอนนี้ก็พยายามแข็งแรงอยู่ กลัวการเข้า รพ. ไปเลยครับ

เหมือนผอมลงหรือเปล่า

          ต่าย นัฐฐพนท์ : น้ำหนักลดลงแค่โลสองโลเองนะ น่าจะเป็นไปตามวัยมากกว่า

มันมีกระทู้อยากเห็นเราถ่ายเซ็กซี่ จะมีโอกาสไหม

          ต่าย นัฐฐพนท์ :  ตอนนี้ผมก็พยายามบิ้วอยู่ ล้อเล่น ๆ ผมว่าไม่น่านะ เพราะบอดี้ผมเองก็ยังไม่ได้ดีขนาดนั้น ถ้าเขามีซีจีให้ ก็ไม่แน่ครับ (หัวเราะ)

ที่มาข่าว kapook.com

Posted in ข่าวไลฟ์สไตล์ at February 16th, 2015. No Comments.

ถ้อยคำของบัณฑิตสาวที่บอกกับแม่ในวันรับปริญญา ไม่มีแม่ ครุยลูกไม่มี

บัณฑิตสาวจากรั้วแม่ฟ้าหลวง ถามคุณแม่ว่าอยากสวมชุดครุยไหม.. แต่คุณแม่ไม่กล้า เพราะเข้าใจว่าเรียนไม่จบไม่ควรใส่ และเป็นของสูง ซึ่งบัณฑิตสาวได้ตอบแม่ไปอย่างซึ้ง

“วันรับปริญญา” เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความภาคภูมิใจของใครหลายคน เพราะนอกจากจะเป็นวันแห่งความสำเร็จของเหล่าบัณฑิตแล้ว ยังเป็นวันที่เราได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารัก..และคนที่รักเราแบบกว้าง ๆ อีกด้วย..

ส่วนในวันนี้เราก็มีภาพแห่งความประทับใจของบัณฑิตสาวคนหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่เชื่อเลยว่าเป็นภาพที่เห็นแล้วอดซึ้งไปกับความอบอุ่นระหว่างแม่กับลูก และข้อความที่บัณฑิตสาวคนนี้กลั่นกรองลงไปนั้น ถ้อยคำช่างสละสลวยและซึ้งตรึงใจจริง ๆ โดยเฉพาะประโยคที่แม่ของเธอกล่าวว่า..แม่ใส่ชุดครุยได้เหรอ..แม่เรียนไม่จบ ของสูง เขาจะว่า แต่เธอกลับบอกแม่ไปสั้น ๆ ว่า.. “ไม่มีแม่..ครุยลูกไม่มี”

สำหรับข้อความดังกล่าว ถูกโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ผ่านเฟซบุ๊กของบัณฑิตสาวสวย Palm Apitchaya มีข้อความดังต่อไปนี้

“ใส่ไว้เถิดหนา
ครุยล้ำค่าของลูก “

ข้าพเจ้าหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง..
ด้วยเพราะตัวข้าพเจ้าเองอาศัยอยู่ในร่างกายของเธอเสียเกือบปี

ข้าพเจ้าดื่มกินสิ่งต่าง ๆ เพื่อเติบโต
จากร่างกายของเธอ
ผ่านเชือกเส้นโตที่เราเรียกว่าสายสะดือ

ข้าพเจ้าทรมานเธอด้วยการสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอแสนสาหัส
เพื่อจะมีชีวิตในโลกใบใหม่

ความทรมานของเธอยังไม่จบสิ้น
ข้าพเจ้าได้ขโมยเวลาในชีวิตที่เหลือของเธอมาเพื่อตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นเวลานอน กิน หรือแม้แต่จะแต่งหน้าตาให้สวย

ข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ
ข้าพเจ้าสร้างภาระผูกพันที่ยิ่งใหญ่ให้กับเธอ

ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ข้าพเจ้าเรียกเธอว่า ” แม่”

หากสิ่งใดจะควรค่าแก่ความเคารพสูงสุด
ข้าพเจ้าขอทูนไว้เหนือหัวสิ่งนั้นก็คือ
เท้าทั้งสองของเธอ

.. หลายคนรู้จักเธอในชื่อเรียกอื่น แต่เรารู้จักเธอในชื่อเรียก “แม่”
การเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียว
ของหญิงที่ไม่พร้อมด้านการศึกษา
เธอทำทุกวิถีทางเพื่อให้ข้าพเจ้า ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

“ตอนแม่เป็นเด็ก แม่ต้องลาออกเพื่อให้พี่น้องได้เรียนหนังสือ”
ประโยคที่เธอเคยเล่า

วันนี้คนที่เคยดูถูกเธอว่าไร้การศึกษา
ได้เห็นแล้วว่า เธอทำหน้าที่มารดา ได้ประเสริฐอย่างที่สุด

ข้าพเจ้าแม้ไม่เก่งนัก สามารถคว้าใบปริญญา พร้อมกับคำพ่วงท้ายว่า “เกียรตินิยม” มาเป็นรางวัลชีวิตให้กับเธอได้

เธอสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาโดยความมุ่งมั่นของเธอ

วันที่ข้าพเจ้าใส่ครุยอันสูงส่ง เธอยิ้มออกมาอย่างสดใส ดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตาแห่งความยินดี

เธอจะรู้ไหม
หัวใจเธอนั้นช่างงดงามราวกับดอกไม้ยามแรกแย้ม
แต่กลับแข็งแกร่งดุจหินผา ที่ดินฟ้าไม่อาจทำลาย

เธอเลือกเสื้อที่สวยที่สุด .. รีดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใส่แล้วใส่อีก เพื่อจะสวยที่สุดในวันที่ความสำเร็จของข้าพเจ้ามาถึง

ขณะที่ข้าพเจ้าสวมครุยแม่ฟ้า .. เธอเข้ามาใกล้
ลูบคลำชายผ้า ราวกับว่า สิ่งที่เธอถืออยู่คือยอดแห่งอัญมณี

เธอเองคงฝันว่าสักวันจะได้สวมมันสักครั้ง

“แม่.. ใส่มั้ย” ฉันถาม
เธอส่ายหน้า “ใส่ได้ยังไง แม่เรียนไม่จบ ของสูง เค้าจะว่า”

เธอไม่รู้หรืออย่างไรกัน ?

เธอได้จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแห่งมารดา
ด้วยเกียรตินิยมอันทรงคุณค่า ยิ่งกว่าอันดับหนึ่งเหรียญทอง
เธอเรียนจบแล้ว..นับตั้งแต่เธอส่งลูก ๆ ของเธอทั้งสามคนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

เธอสมควรได้ใส่ครุยนี้
เธอเป็นบัณฑิตเพราะเธอสร้างบัณฑิต

ไม่มีแม่..ครุยลูกไม่มี

เธอจะรู้หรือไม่ว่าข้าพเจ้าเอง ยินดียิ่งชีวิตที่ได้เกิดมาใช้คำว่า “ลูก” ของเธอ

หัวใจของข้าพเจ้าอิ่มเอม

ต่อจากนี้ครุยนี้ จะโอบกอดเธอไว้ และปัดเป่าความเหน็บหนาว ที่กัดกินเธอมาทั้งชีวิต

ต่อไปนี้เธอจะไม่ยืนท้าทายความเหน็บหนาวเพียงลำพัง

ครุยนี้จะโอบกายเธอไว้ ด้วยไออุ่นแห่งรักอันมีอยู่จนนิจนิรันดร์

ครุยนี้.. ครุยของข้า
..ครุยนี้ ด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตา
ข้ามอบเพื่อกอดแด่เธอ

แม่จ๋า.. ใส่เถิดหนา
นี่คือครุยล้ำค่า.. ของลูก

มะลิ/3กุมภา/มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

kapook.com

Posted in ข่าวอาญชกรรม at February 6th, 2015. No Comments.

สาวราชบุรี แจ้งความจับบิดา-มารดา ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี

หญิงสาวชาวราชบุรี พร้อมญาติ เดินทางร้องตำรวจ เผยถูก อภิรุจ-วันทนีย์ สุวะดี กลั่นแกล้ง ยัดข้อหาฉ้อโกง จนถูกดำเนินคดีและติดคุก ด้านเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบอีกครั้ง ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

  เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวกระปุกรายงานว่า นางสาวศวิตา มณีจันทร์ ชาวจังหวัดราชบุรี พร้อมญาติ เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พลตำรวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจตรี ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากที่เจ้าตัวได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ นายอภิรุจ และนางวันทนีย์ สุวะดี กลั่นแกล้งให้ตนเองได้รับโทษทางคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวน 130,000 บาท และถูกศาลตัดสินจำคุก เป็นระยะเวลา 24 เดือน โดยได้ลดโทษเหลือเพียง 18 เดือน ในปี 2546

    นางสาวศวิตา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเองมีอายุ 20 ปี ทำงานอยู่ในบริษัทรับสร้างบ้านซึ่งเป็นที่เดียวกับนายอภิรุจ จนถูกนางวันทนีย์ กล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนายอภิรุจ และได้ใช้อิทธิพลบังคับให้ดาบตำรวจ สุรินทร์ ศุกลมนัส ซึ่งเป็นลุงของตน แจ้งความเอาผิดตนฐานฉ้อโกงเงิน 130,000 บาท ทำให้ตนถูกดำเนินคดีจนติดคุก หลังจากพ้นโทษออกมาก็ไม่สามารถสมัครเรียนหรือสมัครงานที่ไหนได้เนื่องจากมีคดีอาญาติดตัว ยิ่งไปกว่านั้นครอบครัวของตนก็ไม่สามารถอยู่อย่างปกติได้อีกเนื่องจากถูกก่อ กวน ด้วยความเกรงกลัวและอับอาย ตนและครอบครัวจึงจำเป็นต้องย้ายออกจากบ้านเกิดที่จังหวัดราชบุรี

          ส่วนสาเหตุที่สัดสินใจเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจและสื่อมวลชนใน วันนี้ เนื่องจากตนเป็นผู้ถูกกล่าวหาจนทำให้ชีวิตของตนแและครองครัวต้องพังทลาย ทั้งๆที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับ นายอภิรุจ และไม่เคยฉ้อโกงเงินใครทั้งสิ้น

          ทั้งนี้ พลตำรวจโท ประวุฒิ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี ฐิติราช เป็นผู้ดูแลการสืบสวนหาความจริงของเรื่อง และรวบรวมพยานหลักฐานั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้จะเรียกดาบตำรวจ สุรินทร์ ลุงของผู้เสียหาย เข้ามาสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าจะให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำการกลั่นแกล้งจริง ก็จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป พร้อมกับจะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ์เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย และจะดำเนินการถอนประวัติอาชญากรรมให้เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ได้อีกครั้ง

ที่มาข่าว kapook.com

Posted in ข่าวอาญชกรรม at February 6th, 2015. No Comments.

เอ มณีพงศ์ ลั่นระฆังวิวาห์ แฟนสาว น้องโบว์

“เอ” มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ได้ฤกษ์ดีจับมือแฟนสาว “น้องโบว์” ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ ลั่นระฆังวิวาห์อย่างชื่นมื่น

“เอ” มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันชายคู่มืออันดับ 11 ของโลก (คู่กับ “ต้นนํ้า” นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร) สละโสดแต่งงานกับแฟนสาว “น้องโบว์” ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ วัย 25 ปี หลังจากที่ได้คบหาดูใจกันมานานพอสมควร โดยได้ทำพิธีตามขนบธรรมเนียมประเพณี ยกขันหมากสู่ขอจากทางญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง พิธีหมั้น พิธีรดนํ้าสังข์ พร้อมด้วยพิธีเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ท่ามกลางความยินดีของแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวรวมถึงนายกสมาคมพื้นสนามแบด คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และ ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

“เอ” มณีพงศ์ กล่าวว่า “ผมและภรรยาต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่านที่มาร่วมในงานมงคลสมรสของเราทั้งคู่ในวันนี้ สำหรับอนาคตในการเล่นแบดมินตันนั้น หลังจากนี้ตนจะหวนกลับมาจับคู่กับ “อาท” บดินทร์ อิสสระ อีกครั้ง หลังจากที่เราเคยคู่กันทำผลงานได้ดีมาก่อน แน่นอนว่าอันดับแรกเราทั้งคู่จะต้องกลับมามุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้น เพราะในตอนนี้อันดับโลกของคู่เรายังไม่สามารถลงแข่งขันในระดับ ซูเปอร์ซีรีส์ได้ ทำให้ต้องออกตระเวนแข่งขันในรายการระดับชาเลนจ์ หรือกรังด์ปรีซ์โกลด์เพื่อเร่งขยับอันดับโลกขึ้นมาเสียก่อน

เบื้องต้นทางโค้ชวางแผนให้ไปแข่งขันที่ยุโรป 3 รายการในเดือนมีนาคมนี้ ทั้ง “สวิส โอเพ่น กรังด์ปรีซ์ โกลด์” ที่สวิตเซอร์แลนด์ ต่อด้วย “โปลิช โอเพ่น อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์” ที่โปแลนด์ และ “ออร์ลีนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์” ที่ฝรั่งเศส โดยหวังว่าเราทั้งคู่จะทำผลงานได้ดี เพราะตอนนี้ตามอันดับโลกตกไปอยู่ที่ 230 แล้ว แน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่ที่สำคัญก็คือการคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิก ที่ริโอ ประเทศบราซิล

ที่มาข่าว innnews

Posted in Uncategorized at February 4th, 2015. No Comments.

ม่วงมหากาฬไล่ต้อนหมาป่า2-0ศึกโคปปา

มาริโอ โกเมซซัดเบิ้ลชัยให้ “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า บุกชนะ “หมาป่า ” โรม่า ถึงถิ่น 2-0 ทะลุรอบรองชนะเลิศโคปปา อิตาเลียไป  ดวลแข้งกับ ยูเวนตุส

ศึกฟุตบอล โคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ สนาม โอลิมปิโก้  วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 เกมระหว่าง พญาหมาป่า โรม่า เปิดรังรับการมาเยือน ของ ม่วงมหากาฬา ฟิออเรนติน่า โดยเกมนี้ รูดี้ การ์เซีย กุนซือเจ้าบ้าน ยังยึดระบบ 4-3-3 ลงสู้ศึกเพื่อหวังเก็บชัยในรอบ 8 สุดท้ายของศึกโคปปา อิตาเลียให้ได้ ดดยใช้สามประสานในแนวรุกเป็น อเลสซานโดร ฟลอเรนซี, อเดม ลายิช และ “ราชันหมาป่าจอมโซเชียล” ฟรานเชสโก้ ต็อตติ กัปตันทีม

ด้านทีมเยือนของ วินเซนโซ มอนเตลลา ซึ่งเป็นอดีตกองหน้าของทัพหมาป่ากรุงโรมชุดแชมป์กัลโช เซเรีย อา และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา เมื่อปี 2001 ที่แม้เพิ่งจะเสีย ฮวน กัวดราโด้ ซึ่งย้ายไปอยู่กับเชลซี แต่ก็ไม่มีปัญหากับการจัดตัวผู้เล่นแต่อย่างใด ด้วยการใช้ อเลสซานโดร เดียมานติ ดาวยิงป้ายแดงจอมเก๋า ลงจับคู่ในแดนหน้ากับ มาริโอ โกเมซ โดยมี โจอากวิน ซานเชซ และ มานูเอล ปาสกวาล ขนาบข้างทางริมเส้น

และผลการแข่งขันปรากฎว่า ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า  บุกโค่น “หมาป่า ” โรม่า ถึงถิ่น 2-0  โดย ทีมเยือน ฟิออเรนติน่า ได้ประตูจาก มาริโอ โกเมซ   ที่ทำคนเดียว 2 ประตู  ในนาที 65 และ นาที 89 จากนั้น โรม่า บุกแหลกหวังทวงคืน แต่ไม่สำเร็จ จบเกม 90 นาที ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า ทำลายอาถรรพ์บุกโค่น “หมาป่า ” โรม่า ถึงถิ่น 2-0 พร้อมกรุยทางสู่รอบรองชนะเลิศโคปปา อิตาเลียไปพบกับ ยูเวนตุส

ที่มาข่าว innnews

Posted in Uncategorized at February 4th, 2015. No Comments.

ผบ.ทบ. ปัดสร้างสถานการณ์ระเบิดพารากอน

ผบ.ทบ. ปัดสร้างสถานการณ์ระเบิดพารากอน คาด อาจเป็นการลงมือเพื่อความคะนองหรือแสดงสัญลักษณ์

เมื่อ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเหตุระเบิด บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอนว่า ตอนนี้ทหารพยายามหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งได้ประสานข้อมูลกับทางตำรวจแล้ว คาดว่าน่าจะมีภาพต่าง ๆ นำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ ส่วนการที่มีการวิเคราะห์ว่า เกี่ยวกับกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เรื่องนี้ยืนยันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เรามีหลักฐานการข่าวอยู่

พล.อ. อุดมเดช กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ไม่น่าถึงขั้นการท้าทายกฎอัยการศึกหรืออำนาจของ คสช. อาจจะเป็นการลงมือของพวกคึกคะนอง หรือแสดงสัญลักษณ์บางกลุ่มก็ได้ ส่วนมาตรการการดูแลความปลอดภัย อาจจะไม่เข้มงวดขึ้นมาก เพราะปกติมีการตรวจตราอยู่แล้ว สุดท้าย ขอปฏิเสธเรื่องที่ถูกโจมตีว่า ระเบิดนี้เป็นฝีมือของรัฐบาล เพราะไม่จำเป็นต้องไปแกล้งหรือสร้างอะไรขึ้น

ที่มาข่าว sanook.com

 

Posted in ข่าวการเมือง at February 4th, 2015. No Comments.

แนะเปิดใจยุคเศรษฐกิจดิจิตอล

กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี หรือธุรกิจChillerขนาดกลางและขนาดย่อม น่าเป็นห่วงที่สุดเมื่อเปิดเสรีประชาคมอาเซียน…

นาย ทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปแห่งแรกของไทย กล่าวว่า จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย) ไตรมาส 2 ปี ค.ศ. 2014 ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 67.9 ล้านคน โดยมีผู้ใช้งานอินเทอร์ เน็ต 35 ล้านคน ใช้เฟซบุ๊ก 30 ล้านคน ใช้ยูทูบ 26.6 ล้านคน ส่วนการใช้งานเลขหมายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 94.3 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้ 30% ใช้สมาร์ทโฟน โดยแนวโน้มการใช้งานสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากปัจจัยราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกลง ส่งผลให้กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง

นายทรงยศ กล่าวต่อว่า ข้อมูลข้างต้นทำให้มองทิศทางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของไทยในปีนี้ได้ดังนี้ 1.ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพียง อย่างเดียวไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ซึ่งเรียกว่า โมบาย โอนลี่ (Mobile Only) เป็นกลุ่มที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีอิทธิพลทางการตลาดสูง โดยสร้างเว็บไซต์และการเข้าถึงข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ 2.ต้องทำการตลาดผ่านสื่อดิจิตอลที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพื่อลดต้นทุนทางการตลาด ด้วยการใช้บิ๊ก ดาต้า วิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย 3.ต้องซื้อสินค้าและจ่ายเงินทางออนไลน์ได้ทันที และ 4.ต้องมีการจัดเก็บสินค้าและจัดส่งที่รวดเร็วได้คุณภาพ

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าสู่การทำธุรกิจแบบออนไลน์แล้ว จำนวน 5,000 ราย ส่วนกลุ่มเอสเอ็มอีเข้าสู่การทำธุรกิจแบบออนไลน์แล้ว 2 แสนราย และกลุ่มร้านค้ารายย่อยที่เข้าสู่การทำธุรกิจแบบออนไลน์จำนวน 8 แสนราย โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหม่ที่เติบโตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและคนทำงานที่ต้องการหารายได้เสริม

“ปีนี้ เป็นปีที่ประเทศไทยเตรียมตัวเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมอาเซียนหรือเออีซี อย่างแท้จริง โดยเว็บไซต์ต้องทำรองรับ 2 ภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะทำเฉพาะภาษาไทยอย่างเดียวไม่พอ หากเว็บไซต์มีภาษาอังกฤษด้วยจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มลูกค้าเข้าถึง ได้ง่าย โดยการเปิดเออีซีจะนำมาซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น”

นาย ทรงยศ ระบุว่า เมื่อมีการเปิดเสรีอาเซียนกลุ่มธุรกิจที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ กลุ่มธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีหลายคนพึ่งพาทั้งลูกจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าต้องปรับตัวจะกระทบกับหลายส่วน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องปรับตัว โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการขนาดเอสเอ็มอีเปิดใจรับรู้เรื่องตลาดดิจิตอล เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว ยิ่งวันนี้ภาครัฐเป็นเจ้าภาพเดินหน้าสู่ “ดิจิตอล อีโคโนมี” หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง คงพอทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีหันมาสนใจและตระหนักถึงเรื่องนี้

นายทรงยศ ให้ความเห็นว่า กฎหมาย 10 ฉบับที่ออกมาเพื่อผลักดันเรื่องของดิจิตอล อีโคโนมี พยายามที่จะทำให้การทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตครอบคลุมขึ้นซึ่งถือว่าเป็น เรื่องดี แต่ที่น่าห่วงคือสินค้าที่เกี่ยวกับดิจิตอล มีเดีย และดิจิตอล คอนเทนต์ ยังต้องจ่ายภาษี 7% ส่งผลให้ราคาสินค้าของไทยแพงกว่าสินค้าจากต่างประเทศ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สินค้าของไทยสู้กับสินค้าจากต่างประเทศได้

สำหรับ กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ “เรดดี้แพลนเน็ต” ในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนเรื่องของ “ดิจิตอล อีโคโนมี” คือ สนับสนุนผู้ประกอบการด้วยเครื่องมือดิจิตอล ให้ความรู้เรื่องตลาดออนไลน์ และขยายการอบรมไปสู่ผู้ประกอบการในต่างจังหวัด สนับสนุนผู้ประกอบการด้วยโฆษณาออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการส่งออกเนื่องจากได้รับผลกระทบมากในปีที่ผ่าน มา

ปัจจุบัน “เรดดี้แพลนเน็ต” มีลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี 16,000 ราย โดยผลการดำเนินธุรกิจเติบโตปีละ 50% ติดต่อกัน 3 ปีแล้ว ส่วนรายได้แบ่งเป็นบริการเว็บไซต์สำเร็จรูป 30% ให้บริการโฆษณาออนไลน์ 50% ให้คำปรึกษาและวางแผนองค์กรขนาดใหญ่ 15% และฝึกอบรม 5%

หากผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวและเตรียมพร้อมรับการมาของเศรษฐกิจดิจิตอลได้ เรื่องที่ห่วงก็จะไม่น่าห่วง…

ที่มาข่าว dailynews.co.th

Posted in ข่าวอาญชกรรม at February 4th, 2015. No Comments.